ศึกษาต่อต่างประเทศ : France

ศึกษาต่อต่างประเทศ : France

 

 

 

ระบบการศึกษาของประเทศฝรั่งเศส เป็นระบบที่แตกต่างจากระบบการศึกษาของไทย และประเทศตะวันตกอื่นๆ ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยกับคนไทยมากกว่า ทั้งนี้ เนื่องจากชาวฝรั่งเศสให้ความสำคัญต่อคติประจำชาติที่ว่า “เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ” เป็นอย่างยิ่ง คติพจน์ดังกล่าวมีอิทธิพลต่อวิถีการดำเนินชีวิตของชาวฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก รวมถึงด้านการศึกษาซึ่งชาวฝรั่งเศสถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากความเคารพในด้านเสรีภาพ และ ความเสมอภาค

ระบบการศึกษาฝรั่งเศส ประกอบด้วยหลัก 4 ประการ คือ
1. ความเท่าเทียมกันทางโอกาสในการเข้ารับการศึกษา
2. การไม่แบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ผิวพรรณ และฐานะทางสังคม
3. ความมีสถานะเป็นกลาง
4. ความไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาใด ๆ

 

นโยบายทางการศึกษาเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสระบุไว้ว่า “รัฐบาลสามารถกำหนดได้ เฉพาะหลักเกณฑ์ ทั่วไปของระบบการศึกษา” การศึกษาภาคบังคับในฝรั่งเศสอยู่ระหว่างอายุ 6 - 16 ปี ระบบการศึกษาของรัฐรับเด็กเข้าศึกษา 80% ของจำนวนเด็กทั้งหมด โดยไม่มีสอนศาสนาแต่อย่างใด นอกจากนั้น ยังห้ามไม่ให้มีการแสดงออกที่ชัดเจนทางศาสนา

 

 

 

การศึกษาก่อนวัยเรียน 2 - 5 ขวบ

 

ไม่เป็นการศึกษาภาคบังคับ แต่ถือเป็นประเพณีปฏิบัติอันยาวนานของฝรั่งเศส ซึ่งในปัจจุบันมีเด็กที่อายุตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป เข้าโรงเรียนถึง 99% ของจำนวนเด็กทั้งหมด โรงเรียนอนุบาลของรัฐเป็นบริการฟรี แต่ในโรงเรียนเอกชนผู้ปกครองต้องเสียค่าเล่าเรียนเอง โดยทั่วไปโรงเรียนอนุบาลแยกออกเป็น 3 ชั้นเรียน คือ 
ชั้นเล็ก (Petite Section) 
ชั้นกลาง (Moyenne Section) และ
ชั้นสูง (Grande Section)

 

 

 

การศึกษาระดับประถมศึกษา 6 - 10 ขวบ (Primary School)

 

เป็นการบริการฟรีและเป็นการศึกษาภาคบังคับสำหรับเด็กฝรั่งเศสและเด็กต่างชาติในฝรั่งเศส โรงเรียนระดับประถม ประกอบด้วย 5 ชั้น คือ 
ชั้นเตรียมประถมศึกษา Classe Préparatoire (CP) 
ชั้นประถมศึกษาตอนต้นปีที่ 1 Cours Elémentaire 1 (CE1) 
ชั้นประถมศึกษาตอนต้นปีที่ 2 Cours Elémentaire 2 (CE2) 
ชั้นประถมศึกษาตอนปลายปีที่ 1 Cours Moyen 1 (CM1) และ
ชั้นประถมศึกษาตอนปลายปีที่ 2 Cours Moyen 2 (CM2)

 

การศึกษาระดับมัธยมศึกษา 11 - 18 ปี (Secondary School)

 

ยังคงเป็นการบริการฟรีและส่วนหนึ่งยังคงเป็นการศึกษาภาคบังคับสำหรับเด็กฝรั่งเศสและเด็กต่างชาติในฝรั่งเศส แยกออกเป็น 2 ระดับ คือ

มัธยมต้น (11 - 14 ปี) เป็นการศึกษาระบบเดียวกันทั้งหมด สถานศึกษาเรียกว่า “Collège” รับเด็กทุกคนที่สำเร็จจากชั้นประถมศึกษา ประกอบด้วย 4 ชั้น ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (Sixième) จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (Troisième) เป็นการเรียนการสอนทั่วไปในวิชาการสายสามัญ โดยยังไม่แยกออกเป็นวิชาเฉพาะด้าน

 

มัธยมปลาย (15 - 17 ปี)

 

สถานศึกษาเรียกว่า “Lycée” ภายหลังสำเร็จการศึกษา จะได้รับประกาศนียบัตรตามสาขาวิชาที่เลือกศึกษา ซึ่งเริ่มแยกการศึกษาออกเป็น 2 ระบบ คือ

1. โรงเรียนมัธยมศึกษาสายสามัญและทางเทคโนโลยี (Lycée d’enseignement général et technologique) ใช้ระยะเวลาศึกษา 3 ปี คือ
ชั้นปีที่ 2 (Seconde) 
ชั้นปีที่ 1 (Première) และ
ชั้นปลาย (Terminale) 
เพื่อเตรียมสอบรับประกาศนียบัตรสายสามัญ (Baccalauréat général) หรือประกาศนียบัตรสายเทคโนโลยี (Baccalauréat technologique) หรือประกาศนียบัตรสายช่างเทคนิค (Brevet de technicien)

 

2. โรงเรียนมัธยมศึกษาสายวิชาชีพ (Lycée Professionnel) เพื่อเตรียมสอบรับประกาศนียบัตรวิชาชีพ Certificat d’Aptitude Professionnelle (CAP) หรือประกาศนียบัตรอาชีวศึกษา Brevet d’Etudes Professionnelles (BEP) และประกาศนียบัตรมัธยมปลายสายอาชีพ (Baccalauréat professionnel)

ประกาศนียบัตร Baccalauréat เป็นกุญแจสำคัญสู่การศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งประกาศนียบัตรดังกล่าวนี้จะต้องเป็นประกาศนียบัตร แห่งชาติที่ได้มาจากผลการสอบทั่วไป โดยข้อสอบกลางของรัฐ ไม่ใช่ ประกาศนียบัตรของสถานศึกษา ซึ่งเทียบเท่าวุฒิมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในประเทศไทย นักเรียนที่จบ ม.6 และต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในประเทศฝรั่งเศส จำเป็นต้องสอบวัดระดับความรู้ภาษาฝรั่งเศสให้ได้เสียก่อน

 

 

การศึกษาระดับอุดมศึกษา (Higher Education System)

 

สาธารณรัฐฝรั่งเศสมีประวัติทางการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่ยาวนาน มหาวิทยาลัยแห่งแรกก่อตั้งขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 12 - 13 เช่น มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง “ลา ซอร์บอนน์ (La Sorbonne)” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1257 หรือ พ.ศ. 1800

สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาของฝรั่งเศสส่วนมากเป็นของรัฐ มีมหา วิทยาลัยของรัฐ 90 แห่ง มหาวิทยาลัยคาทอลิก 5 แห่ง สถาบันโปรเตสแตนต์ 3 แห่ง และอื่น ๆ อีก 4 แห่ง

 

ภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน

 

โดยทั่วไปใช้ภาษาฝรั่งเศสในการเรียนการสอน แต่จากการเปิดกว้างทางการศึกษาระหว่างประเทศและการพัฒนาโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัย ทำให้สถานศึกษาบางแห่งเลือกเปิดหลักสูตรเป็นภาษาอังกฤษด้วย ซึ่งต้องเสียค่าเรียนเพิ่มขึ้นเพราะสถานศึกษาต้องจ้างครู อาจารย์ที่ใช้ภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้น และส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนสอนธุรกิจการจัดการ

 

นักศึกษาต่างชาติ

 

นักศึกษาต่างชาติมีจำนวนประมาณ 10% ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมดในฝรั่งเศส ตามหลักเกณฑ์การไม่แบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ผิวพรรณ ทำให้นักศึกษาต่างชาติได้รับเงื่อนไขเดียวกันกับนักศึกษาฝรั่งเศส และ เสียค่าธรรมเนียมเท่ากัน การศึกษาระดับอุดมศึกษาของฝรั่งเศสเป็นการศึกษาต่อจาก Baccalauréat (เทียบเท่าประกาศนียบัตร ม.6 ของไทย) นักศึกษามีทางเลือก 3 ทาง คือ
1. หลักสูตรระยะสั้น (Short Curriculum)
2. หลักสูตรโรงเรียนชั้นสูง (“Grandes Ecoles” Curriculum)
3. หลักสูตรมหาวิทยาลัย (University Curriculum)

 

 

หลักสูตรระยะสั้น 2 - 3 ปี (Short Curriculum)

 

เป็นการศึกษาทางด้านวิชาชีพหรือความชำนาญทางด้านเทคนิคสาขาใดสาขาหนึ่ง ภายในเวลา 2 - 3 ปี สถานศึกษา คือ STS (Section de Technicien Supérieur) หรือ IUT (Instituts Universitaires de Technologies) ปริญญาบัตรที่ได้คือ BTS (Brevet de Technicien Supérieur) หรือ DUT (Diplôme Universitaire de Technologie)
BTS มีปริญญาบัตรสาขาวิชาต่าง ๆ มากมายตั้งแต่ระดับเลขานุการ จนถึงการโรงแรมหรือภัตตาคาร พาณิชยการ การท่องเที่ยว และการใช้คอมพิวเตอร์ทางการบริหาร
DUT มีปริญญาบัตรสาขาวิชาการก่อสร้างและโยธาธิการ การบำรุงรักษาสำหรับอุตสาหกรรม อาชีพทางสารสนเทศ และการบริหาร

นักศึกษาที่สำเร็จ BTS หรือ DUT และมีผลการเรียนดี สามารถเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนวิศวกร ตามที่สถานศึกษาจะพิจารณาคัดเลือก โดยจะพิจารณาจากผลการเรียนที่ผ่านมา หรือ การสอบคัดเลือก

 

หลักสูตรโรงเรียนชั้นสูง (“Grandes Ecoles” Curriculum)

 

โรงเรียนชั้นสูง Grandes Ecoles เป็นระบบการศึกษาเฉพาะของฝรั่งเศส ซึ่งประเทศอื่น ๆ ไม่มีระบบการศึกษานี้ Grandes Ecoles มีหลักสูตรที่เปิดทำการสอน 3 ด้าน คือ
1. Business and Management - บริหารธุรกิจ
2. Engineering - วิศวกรรมศาสตร์
3. Political Sciences - รัฐศาสตร์

เงื่อนไขเดียวกันกับชาวฝรั่งเศสคือ การสอบแข่งขัน (Concours) สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ไม่ได้ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาแม่ จึงเป็นการยากมากที่จะผ่านการสอบแข่งขัน แม้ว่าโรงเรียนบางแห่งจะได้จัดหลักสูตรเตรียมการสำหรับนักศึกษาต่างชาติให้เป็นพิเศษแล้วก็ตาม

 

 

หลักสูตรมหาวิทยาลัย (University Curriculum)

 

มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาที่รับนักศึกษาจำนวนมากที่สุด มหาวิทยาลัยฝรั่งเศสเป็นสถานศึกษาของรัฐเกือบทั้งหมด ารศึกษาระดับมหาวิทยาลัยแยกออกเป็น 3 ระดับ (3ème cycles d’études) ที่ต่อเนื่องกัน

1. ระดับที่หนึ่ง (1er cycle) ซึ่งเป็นระดับการศึกษาทั่วไป ใช้เวลา 2 ปี และได้รับอนุปริญญา DEUG (Diplôme d’études Universitaires Générales) อนุปริญญานี้มีคุณค่าน้อยมากในตลาดแรงงาน แต่ถือว่าเป็นการเตรียมนักศึกษาสู่การศึกษาในระดับต่อไปมากกว่า

2. ระดับที่สอง (2ème cycle) เป็นระดับการศึกษาที่เจาะลึกลงไปในสาขาวิชา เป็นการฝึกอบรมชั้นสูงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการฝึก อบรมทั่วไป ใช้เวลาศึกษา 1 ปี เมื่อสำเร็จจะได้รับปริญญาบัตร Licence ( เทียบเท่า Bachelor Degree หรือ ปริญญาตรี ) หมายถึง DEUG +1 ปี และหากศึกษาต่อไปอีก 1 ปี จะได้รับปริญญาบัตร Maîtrise ( เทียบเท่า Master Degree หรือ ปริญญาโท ) หมายถึง DEUG +2 ปี (ทั้งสองปีนี้ถือเป็นการศึกษาหน่วยเดียวกัน และมีบางสาขาที่บังคับให้ศึกษาต่อในสาขาวิชาเดียวกันในระดับ Licence และ Maîtrise)

3. ระดับที่สาม (3ème cycle) ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Post Graduate ซึ่งเป็นระดับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะและการฝึกอบรมวิจัย นักศึกษาต้องได้รับปริญญาบัตร Maîtrise หรือเทียบเท่า เช่น ปริญญาบัตรของโรงเรียนชั้นสูง เกณฑ์การคัดเลือกใช้วิธีการพิจารณาผลการเรียนที่ผ่านมาและการสัมภาษณ์ การศึกษาระดับนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาเลือกหลักสูตรปริญญาบัตร 2 ประเภท คือ
- ปริญญาบัตร DESS (Diplôme d’études Supérieures Spécialisées) เป็นการศึกษาด้านวิชาชีพ 1 ปี และมีการฝึกงานในบริษัท
- ปริญญา DEA (Diplôme d’études Approfondies) เป็นการฝึกการวิจัย ใช้เวลา 1 ปี และสามารถทำปริญญาเอก (Doctorat) ภายหลังจบงานวิจัยได้ โดยใช้เวลาอีก 3-5 ปี ซึ่งต้องเขียนวิทยานิพนธ์ ต่อคณะกรรม การศึกษาหรือผลงานวิจัย 1 ชุด

 

 

จุดเด่นของประเทศฝรั่งเศส

 

วัฒนธรรมอันสวยงามเก่าแก่

ค่าเทอมที่ราคาไม่แพง

มีชื่อเสียงด้านอาหาร

แหล่งเทคโนโลยีของยุโรป

สถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม 

 

" ความประทับใจจากการเรียนที่ฝรั่งเศส คือ ได้สัมผัสบรรยากาศของวัฒนธรรมประชาธิปไตย ได้เปรียบเทียบกับสิ่งที่เราเจอมาตลอดชีวิต และได้พิสูจน์ว่าบางเรื่องที่เคยเชื่อ เชื่อผิดมาตลอด ฝรั่งเศสดีกับคนชอบสังเกต และช่างเก็บรายละเอียด สำหรับเราฝรั่งเศสไม่โรแมนติก แต่สอนให้เรารู้จักความจริง ความดี ความงาม และความรัก "

-Nana Wipaphan Wongsawang- 
สาธิต มช. รุ่น 38
นักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการ YFU ประเทศฝรั่งเศส

 

_____________________________________________________________

 

 

The French educational system is highly centralized and organized, with many subdivisions. It is divided into three stages:

Primary education (enseignement primaire)
Secondary education (enseignement secondaire)
Higher education (enseignement supérieur)

 

Ecole primaire or Ecole élémentaire

Primary school, grade school. Five classes, ages 6 to 11. The primary school curriculum in France is similar to that in other countries, and includes literacy and numeracy, with classes in French, arithmetic, but also geography and history, the arts, and more and more frequently a foreign language, usually English. The five classes in the Ecole Primaire are, in order, CP, CE1, CE2, CM1, and CM2 : CP is Cours préparatoire, preparatory class, CE means cours élémentaire - elementary class - , and CM is cours moyen, middle class; the two middle classes are a preparation for the next level, which is middle school.

 

Collège

Middle school. Four levels, normally for pupils aged 11 - 15. The "collège unique" is the backbone of the French school system. All pupils go to collège, usually at age 11, but sometimes at an older age, if they have been made to repeat a year in primary school. The programme in collège includes French, maths, history, geography, technical education, art/music, physical education, civic education, some science, and at least one foreign language. The four classes, corresponding to grades 6 to 9, are called sixième, cinquième, quatrième and troisième.

 

Lycée

High School. The traditional French lycée covers the last three years of secondary education. There are two main types of traditional lycée, the lycée général or lycée classique, and the lycée technique. The three classes (grades 10 to 12) are known as seconde, première and terminale.

 

Higher education

Higher education in France is organized in three levels or grades which correspond to those of other European countries, facilitating international mobility:
- Licence and Licence Professionnelle (Bachelor)
- Master (Master)
- Doctorat (Doctorate)

A baccalauréat or foreign equivalent guarantees access to a publicly funded university, although the very best students take another one or two years of private studies, prepatory classes, or prépas, so they can sit for an entrance exam (concours) into the handful of prestigious schools known collectively as les grandes écoles for engineering, business, and politics or administrative studies.

The Grandes écoles of France are elite higher education establishments. These schools include: Ecole Polytechnique, HEC Paris, CentraleSupélec. They are generally focused on a single subject area, such as engineering or business, have a moderate size, and are often quite selective in their admission of students. They are widely regarded as prestigious, as only 5% of a generation will be admitted to a prépa, and traditionally have produced most of France's scientists and executives.

The public universities in France are named after the big cities near which they are located, followed by a numeral if there are several. Paris, for example, has thirteen universities, labelled Paris I to XIII. Some of these are not in Paris itself, but in the suburbs. In addition, most of the universities have taken a more informal name which is usually that of a famous person or a particular place. Sometimes, it is also a way to honor a famous alumnus, for example the science university in Strasbourg is known as "Université Louis Pasteur" while its official name is "Université Strasbourg I"

 

 

http://edufrance.bangkok.free.fr/chap04.html